รับสมัครพนักงานบัญชี 1 อัตรา

จำนวนที่รับ/อัตรา :1 อัตรา
ประเภทงาน : Full Time
สวัสดิการ :ประกันสังคม

คุณสมบัติผู้สมัคร
1. เพศชาย/หญิง อายุไม่เกิน 25 ปี
2. วุฒิปริญญาตรี
3. อุปนิสัย ละเอียดรอบคอบ
มีความซื่อสัตย์
4. ไม่ต้องมีประสบการณ์

วิธีการสมัคร
1. ส่งใบสมัครทาง
Email : vr_acc@hotmail.com
2. สมัครด้วยตนเอง

เอกสารประกอบการสมัคร
1. resume
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
3. ใบรับรองผลการศึกษา(Transcript)

ติดต่อสอบถาม : คุณยุพาพร
โทร. 0868818051, 022259735
Email : vr_acc@hotmail.com

รับทำบัญชี จดทะเบียนธุรกิจ ยื่นภาษี ปิดงบการเงิน ราคาโปรโมชั่น

ปิดงบการเงิน ปกติราคา 10,000 บาท เริ่มต้นเพียง 3,000 บาท
สอบบัญชี เริ่มต้นเพียง 4,000 บาท
ยื่นภาษี ภ.ง.ด. 90, 91ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เริ่มต้นเพียง 200 บาท
ยื่นแบบภ.พ. 30 ราคาปกติ 1,200 บาท ราคาเริ่มต้นเดือนละ 500 บาท
จดทะเบียนการค้า คณะบุคคล ร้าน ห้างหุ้นส่วนสามัญ เริ่มต้นเพียง 800 บาท
จดห้างหุ้นส่วนจำกัด, ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ราคา 5,000 บาท
จดทะเบียนบริษัทราคาเริ่มต้นเพียง 8,000 บาท

วิธีการจดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน

ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทจำกัด (ติดต่อเรา)

1. จองชื่อ
2. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (ผู้เริ่มก่อการขอจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น)
3. ส่งหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
4. จัดตั้งบริษัท
5. ขอบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรบริษัท
6. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

หลักฐานและรายละเอียดประกอบการจัดตั้งบริษัทจำกัด

1. ชื่อบริษัท
2. เงินทุนจดทะเบียนและผู้ถือหุ้นจะถือหุ้นคนละเท่าไรของเงินทุน
3. สำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งสำนักงานบริษัท 3 ฉบับ
4. วัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการ
5. กรรมการบริษัทจะมีกี่คน ใครบ้าง และมีอำนาจลงนามร่วมกันอย่างไร
6. ตราสำคัญของบริษัท
7. สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน (หน้า – หลัง) ของผู้เริ่มก่อการ
ทั้ง 3 คนคนละ 1 ชุด และลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง แต่ถ้าเป็นกรรมการ
ผู้มีอำนาจจะต้องใช้ 4 ชุด
8. การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องใช้เอกสารทะเบียนบ้าน-
บัตรประชาชนฉบับจริงของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามแสดงต่อ
เจ้าหน้าที่พร้อมสำเนาที่ตั้งสถานประกอบการต้องมีทะเบียนบ้าน
ฉบับจริงพร้อมสำเนา และหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ความเป็น
เจ้าของอาคาร รูปถ่ายสถานประกอบการจริงและแผนที่ตั้ง

ค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 8,000 บาท

กรณีจด VAT คิดค่าบริการเพิ่ม 3,000.- บาท

สนใจติดต่อ คุณยุพาพร โทร. 0-86881-8051, 0-2225-9735

วิธีการจดเลิก/ชำระบัญชีบริษัท/ห้างหุ้นส่วน


ขั้นตอนการจดเลิกบริษัทหรือการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัทจำกัด (ติดต่อเรา)

การจดเลิกบริษัทหรือการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีบริษัท
ในกรณีที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้เลิกบริษัท มีขั้นตอนดำเนินการรวม 8 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. จัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น 2 ครั้ง เพื่อลงมติพิเศษให้เลิกบริษัท ดังนี้
การประชุมครั้งแรก
– มีวาระพิจารณาเรื่องเลิกบริษัท
– ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะต้องลงมติให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4

การประชุมครั้งที่สอง
– มีวาระพิจารณา 3 วาระ คือ ยืนยันมติให้เลิกบริษัทของที่ประชุมครั้งแรก แต่งตั้งผู้ชำระบัญชี
และกำหนดค่าตอบแทนและแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน
– ที่ประชุมจะต้องลงมติยืนยันให้เลิกบริษัทไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ส่วนมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี
และผู้สอบบัญชีรวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนใช้มติธรรมโดยเสียงข้างมาก
– การประชุมผู้ถือหุ้นครั้งที่สองจะต้องห่างจากการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่เกินกว่า
6 สัปดาห์

2. ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศเลิกบริษัทในหนังสือพิมพ์ท้องที่ 2 วัน
ต้องแจ้งการเลิกบริษัทให้เจ้าหนี้ทราบโดยส่งหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์และต้องจดทะเบียนเลิกบริษัท
ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทภายใน 14 วันนับแต่วันเลิกบริษัท

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเลิกบริษัท
– คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช.1)
– รายการจดทะเบียน (แบบ ลช 2)
– คำสั่งศาลให้เลิกบริษัท (กรณีศาลสั่งให้เลิก)
– สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ครั้งซึ่งลงมติให้เลิกบริษัท โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อรับรองความถูกต้อง
– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
– หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
– สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)

3. จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกบริษัทและส่งให้ผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
4. เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินแล้วเห็นว่าถูกต้องให้ผู้ชำระบัญชีเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา
อนุมัติงบการเงินและพิจารณากว่าจะให้กรรมการบริษัทเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปหรือจะแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีขึ้นใหม่
5. ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการชำระบัญชีโดยรวบรวมทรัพย์สินเรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระเงินค่าหุ้น
ขายทรัพย์สิน เรียกลูกหนี้ให้ชำระหนี้ ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ชดใช้เงินทดรองและค่าใช้จ่ายที่กรรมการบริษัทได้ออกไป
ในการดำเนินกิจการค้าแทนบริษัท หากมีทรัพย์สินเหลือให้คืนทุนผู้ถือหุ้น
(กรณีการชำระบัญชีปรากฏว่าทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้สินให้ผู้ชำระบัญชีร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้บริษัทจำกัด
ล้มละลาย)
6. ในกรณีที่ชำระบัญชีไม่แล้วเสร็จ ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำรายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3) ยื่นต่อนายทะเบียน
ทุกระยะ 3 เดือน
และในการกรณีชำระบัญชีไม่เสร็จเกินกว่า 1 ปี ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อครบปีทุกปี เพื่อรายงานความเป็นไปของการชำระบัญชี
7. เมื่อชำระบัญชีดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้พิจารณาอนุมัติรายงานผลการชำระบัญชี
8. เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจดทะเบียนเสร็จชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมอนุมัติเสร็จการชำระบัญชี

เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
– คำขอจดทะเบียน (แบบ ลช 1)
– รายการจดทะเบียน (แบบ ลช 2)
– รายงานการชำระบัญชี (แบบ ลช 3) พร้อมเอกสารประกอบ
– รายละเอียดบัญชีและสรรพเอกสาร (แบบ ลช 6)
– สำเนาบัตรประจำตัวของผุ้ชำระบัญชีที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
– สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิก
– แบบรับรองการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพากร
– หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

ค่าธรรมเนียมในการจดเลิกหรือจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชี
– ปิดงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ ราคาเริ่มต้น 7,000 บาท (หากดำเนินการจดเลิกเอง)
– การจดเลิกข้างต้นทั้งหมด ค่าบริการ 15,000.- บาท ไม่รวมค่าสอบบัญชี (ติดต่อเรา)

สนใจติดต่อ คุณยุพาพร โทร. 0-86881-8051, 0-2225-9735

รับอบรมบัญชีสำหรับทำงาน ปฏิบัติงานได้จริง

VRTUTOR เป็นสถาบันกวดวิชาที่อำนวยการสอน โดย อ.ยุพาพร ไชยศรีเฉลิมพล
อดีตคณบดีของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเผู้จัดการบัญชีและการเงินของบริษัทเอกชน อีกด้วย ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการบัญชีวางแผนและควบคุม จากมหาิวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วิชาที่เปิดสอน : การบัญชีขั้นต้น,หลักการบัญชี,การบัญชีต้นทุน, การบัญชีบริหาร, การสอบบัญชี, การบัญชีชั้นกลาง, การบัญชีชั้นสูง, การบัญชีเพื่อการจัดการ, การเงินธุรกิจ, เศรษฐศาสตร์, สถิติธุรกิจ, ฯลฯ ทั้งหลักสูตรภาษาไทยและอังกฤษ

  1. คอร์สสอนเสริมเพิ่มเกรด
  2. คอร์สอบรมสำหรับทำงาน
  3. คอร์ส ติวสอบปริญญาโท
  4. คอร์ส ติวสอบTA, CPA

ติดต่อ :
อาจารย์ยุพาพร ไชยศรีเฉลิมพล
โทร.0-86881-8051
343 ถ.บำรุงเมือง
เขตป้อมปราบฯ กทม.

วิธีการคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา

ขั้นตอนและการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ติดต่อเรา)

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา….. คือ ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ
ตามที่กฎหมายกำหนดและมีรายได้เกิดขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆ
ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเองตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนดภายในเดือนมกราคมถึง
มีนาคมของปีถัดไป สำหรับผู้มีเงินได้บางกรณีกฎหมายยังกำหนดให้ยื่นแบบฯ เสียภาษีตอนครึ่งปี สำหรับรายได้
ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงครึ่งปีแรก เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีที่ต้องชำระและเงินได้บางกรณี กฎหมายกำหนดให้
ผู้จ่ายทำหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ที่จ่ายบางส่วน เพื่อให้มีการทยอยชำระภาษีขณะที่มีเงินได้เกิดขึ้นอีกด้วย

อัตราค่าธรรมเนียมยื่นภาษีและวางแผนภาษี
– ราคาเริ่มต้นที่ 200 บาทต่อเดือน (ติดต่อเรา)

สนใจติดต่อ คุณยุพาพร โทร. 0-86881-8051, 0-2225-9735

วิธีการคำนวณภาษีนิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นภาษีอากรประเภทหนึ่งที่บัญญัติไว้ ในประมวลรัษฎากร จัดเก็บจากเงินได้ของบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหลักการจัดเก็บที่สำคัญๆ โดยลำดับดังนี้


อัตราค่าธรรมเนียมยื่นภาษีและวางแผนภาษี
– ราคาเริ่มต้นที่ 200 บาทต่อเดือน (ติดต่อเรา)
สนใจติดต่อ คุณยุพาพร โทร. 0-86881-8051, 0-2225-9735

วิธีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

1. แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แบบคำขอที่ใช้ในการขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้แก่ แบบ ภ.พ.01 ซึ่งในเขตกรุงเทพมหานครขอรับได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(เขต/อำเภอ) หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่ สำหรับในจังหวัดอื่นขอรับได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา(อำเภอ)ทุกแห่ง

2. เอกสารที่ต้องใช้ในการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
1.) คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.01 จำนวน 3 ฉบับ
2.) สำเนาทะเบียนบ้านหรือหลักฐานแสดงการอยู่อาศัยจริง พร้อมภาพถ่ายสำเนาดังกล่าว
3.) บัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร พร้อมภาพถ่ายบัตรดังกล่าว
4.) สัญญาเช่าอาคารอันเป็นที่ตั้งสถานประกอบการ (กรณีเช่า)หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานประกอบการและหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น เป็นเจ้าบ้าน, สัญญาซื้อขาย,คำขอหมายเลขบ้าน, ใบโอนกรรมสิทธิ์, สัญญาเช่าช่วง พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านอันเป็นที่ตั้งสถานประกอบการและภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว
5.) หนังสือจัดตั้งห้างหุ้นส่วน พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว (กรณีเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล)
6.) หนังสือรับรองของนายทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัท พร้อมวัตถุประสงค์ หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับและในทะเบียนพาณิชย์พร้อมภาพถ่ายหนังสือดังกล่าว (กรณีเป็นนิติบุคคล)
7.) บัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้จัดการ หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ และสำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมภาพถ่ายเอกสารดังกล่าว
8.) แผนที่ซึ่งแสดงที่ตั้งของสถานประกอบการโดยสังเขป และภาพถ่ายสถานประกอบการจำนวน 2 ชุด
9.) กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 10 บาท บัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมภาพถ่ายบัตรดังกล่าว โดยผู้รับมอบอำนาจต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

อัตราค่าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเริ่มต้นที่ 1,000 บาท (ติดต่อเรา)
สนใจติดต่อ คุณยุพาพร โทร. 0-86881-8051, 0-2225-9735

มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (NPAEs)

การอ่านงบการเงิน

งบดุล บอกฐานะการเงินของบริษัท ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง
– สินทรัพย์ บอกความร่ำรวยมั่งคั่ง เช่น เงินสด ลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ
– หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เป็นแหล่งที่มาของเงินทุน ว่ามาจากาการกู้ยืม หรือมาจากผู้เป็นหุ้นส่วน เป็นต้น

งบกำไรขาดทุน บอกผลประกอบการหรือกำไรจากการประกอบธุกิจ เช่น รายได้ ต้นทุน และค่าใช้ในการดำเนินงานเป็นจำนวนเท่าไร แล้วเมื่อนำรายได้ มาหักต้นทุน และค่าใช้จ่ายแล้วจะได้กำไรจำนวนเท่าไร

งบกระแสเงินสดชี้ให้เห็นที่มาที่ไปของเงินสดหมุนเวียนในกิจการเพื่อบอกสภาพคล่องและความสามารถในการหาเงินของกิจการ โดยจะแบ่งเป็น
1. กระแสงินสดจากการดำเนินกิจการ ซึ่งจะบอกได้ว่าบริษัทได้รับเงินสดจากวิธีใดบ้าง
2. กระแสเงืนสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน จะบอกว่าบริษัทหาเงินสดมาจากวิธีใด กู้ยืมหรือเพิ่มทุน จ่ายคืนหนี้หรือจ่ายเงินปันผลเท่าใดบ้าง

งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ช่วยให้รู้ว่ามูลค่าตามบัญชีของบริษัทในรอบระยะเวลาหนึ่ง ๆ เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปีนั้น บริษัทมีทรัพย์สินและหนี้สินเปลี่ยนแปลงไปเท่าใดบ้าง โดยเฉพาะส่วนของเจ้าของ เช่น ส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders’equity) กำไรสะสมของบริษัท (retained earning) เงินปันผลที่จ่ายไป เป็นต้น หรือหากมีการบริหารที่ไม่ดีจนทำให้เกิดผลขาดทุน ผู้ถือหุ้นก็จะเห็นได้จากงบนี้ เช่น แทนที่จะมีกำไรสะสมกลายเป็นขาดทุนสะสม เป็นต้น

หมายเหตุประกอบงบการเงิน ช่วยให้รายละเอียดหรือบอกที่มาที่ไปของตัวเลขสำคัญ ๆ ในการเงินได้ เช่น วิธีการจัดทำงบ และนโยบายการทำบัญชีเป็นแบบใด บริษัทมีลูกหนี้เท่าใด ลูกหนี้ค้างจ่ายมานานเท่าใด มีสินค้าคงเหลือหรือวัตถุดิบมากน้อยเพียงใด มีการทำรายการระหว่างกันอย่างไร เป็นต้น

รายงานผู้สอบบัญชี ซึ่งจัดทำโดยผู้สอบบัญชีอิสระ ซึุ่่่งเป็นมืออาชีพและคนกลางที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ความถูกต้องของงบการเงิน(ที่บางครั้งอาจมีการตกแต่งให้ดูดีเกินความเป็นจริง) ว่าถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีหรือไม่ ซึ่งผู้สอบบัญชีอิสระอาจใหความเ็นต่้องบการเงินเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่
1.) ไม่มีเงื่อนไข งบการเงินถูกต้อง
2.) มีเงื่อนไข มีบางส่วนที่ไม่ถูกต้องหรือผู้สอบบัญชีไม่สามารถให้ความเห็นได้
3.) ไม่แสดงความเห็น เพราะยังขาดข้อมูลบางอย่างที่ไม่สามารถให้ความเห็นได้

วิธีการสังเกตความความเชื่อถือได้ในงบการเงินสามาถทำได้ง่าย ๆ คือ ถ้ามีข้อความที่ว่า “ข้าพเจ้าเห็นว่างบการเงินโดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป” จึงจะเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่งว่างบการเงินเชื่อถือได้

สนใจฝึกอบรมเริ่มต้น ชม.ละ 400 บาท

ติดต่อ คุณยุพาพร โทร. 0868818051 หรือ 022259735